avalw news
ณัฐยา สุวรรณณัฐยา สุวรรณVIEW PROFILE →

ไม่ใช่แค่ทะเลและวัด: ไทยปักธงเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับโลก ตั้งเป้ารายได้ 125,000 ล้านบาท

tourism2026-08-25 · 1 min read · 66 reads

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้ารายได้ 125,000 ล้านบาทจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพในปี 2026 ขณะที่ไทยเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดที่เติบโตสูงนี้

ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวทั่วไปเผชิญแรงกดดันและความผันผวน ประเทศไทยกำลังเดินหน้าปักธงในสนามที่มีมูลค่าสูงและเติบโตเร็วกว่า นั่นคือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งดึงดูดผู้เดินทางที่มีกำลังจ่ายสูงจากทั่วโลกให้เข้ามารักษาและดูแลสุขภาพในประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไว้ที่ราว 125,000 ล้านบาทในปี 2026 ต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าที่ตลาดสุขภาพสร้างรายได้ในระดับใกล้เคียงกันจากผู้ป่วยต่างชาติราว 580,000 คน

โรงพยาบาลและมาตรฐานระดับโลก

ไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจำนวนมากที่พร้อมรับผู้ป่วยต่างชาติ
ไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจำนวนมากที่พร้อมรับผู้ป่วยต่างชาติ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ไทยแข่งขันได้คือโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่แข็งแกร่ง โดยประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจาก Joint Commission International หรือ JCI ถึง 61 แห่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยต่างชาติ

นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลและคลินิกมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศที่พร้อมให้บริการผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาโรคซับซ้อนไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการฟื้นฟูร่างกาย

ภาคเอกชนมีบทบาทนำอย่างชัดเจนในตลาดนี้ โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในปี 2026 สะท้อนว่าโรงพยาบาลเอกชนคือกลไกหลักในการดึงดูดและให้บริการผู้ป่วยต่างชาติที่มีกำลังจ่าย

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในศูนย์การแพทย์ชั้นนำของไทย ซึ่งรายงานว่ารายได้ของโรงพยาบาลมากถึง 67 เปอร์เซ็นต์มาจากผู้ป่วยชาวต่างชาติ อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ

ตลาดและกลุ่มบริการ

เมื่อมองในภาพกว้าง ตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยมีมูลค่าราว 6,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และคาดว่าจะขยายตัวไปถึงราว 15,260 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 9.4 เปอร์เซ็นต์

ในเชิงบริการ ศัลยกรรมความงามครองสัดส่วนราว 25 เปอร์เซ็นต์ของตลาดในปี 2026 และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในด้านปริมาณผู้ใช้บริการ ขณะที่กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือเวลเนสเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงที่สุด

ความหลากหลายของบริการนี้เป็นจุดแข็ง เพราะช่วยให้ไทยรองรับได้ทั้งผู้ที่ต้องการการรักษาพยาบาลจริงจังและผู้ที่ต้องการพักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ ทำให้ตลาดไม่พึ่งพาบริการประเภทเดียวและกระจายความเสี่ยงได้ดี

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่

ททท. กำลังรุกตลาดกลุ่มใหม่ โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เพื่อดึงดูดนักเดินทางที่มีความมั่งคั่งสูงจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังจ่ายสูงและมองหาบริการสุขภาพระดับพรีเมียม

สิ่งที่ทำให้ไทยได้เปรียบคือการผสมผสานระหว่างคุณภาพการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล ราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก และวัฒนธรรมการต้อนรับที่อบอุ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการบริการแบบไทย

ความท้าทายข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม เส้นทางข้างหน้าไม่ได้ปราศจากอุปสรรค เพราะประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคต่างเร่งพัฒนาบริการการแพทย์ของตนเองเช่นกัน ไทยจึงต้องรักษามาตรฐาน พัฒนาบุคลากร และสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่องเพื่อคงความเป็นผู้นำ

ในภาพรวม การหันมาเน้นการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของไทยในการก้าวข้ามการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ไปสู่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง ยั่งยืน และสร้างรายได้ต่อหัวที่มากขึ้นให้กับประเทศ

ณัฐยา สุวรรณ
Stay updated
ณัฐยา สุวรรณ
Subscribe to get an email whenever ณัฐยา สุวรรณ publishes a new story. No spam, unsubscribe anytime.
ณัฐยา สุวรรณ
WRITTEN BY THE AUTHOR
ณัฐยา สุวรรณ
2026-08-25 · 1 min read · 66 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
MORE FROM ณัฐยา สุวรรณ
Report this articlesupport@avalw.com