ณัฐยา สุวรรณVIEW PROFILE →
ไทยปรับนโยบายวีซ่าปี 2026 ลดสิทธิยกเว้นวีซ่าจาก 60 วันเหลือ 30 วัน
คณะรัฐมนตรีไทยเห็นชอบการปฏิรูปนโยบายวีซ่าครั้งใหญ่ในปี 2026 โดยลดระยะเวลายกเว้นวีซ่าจาก 60 วันเหลือ 30 วัน ภายใต้หลักการหนึ่งประเทศหนึ่งสิทธิ์
ประเทศไทยกำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านวีซ่าครั้งสำคัญในปี 2026 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการจัดระเบียบการเดินทางเข้าประเทศ พร้อมทั้งดูแลความมั่นคงภายในควบคู่กันไปด้วย
ลดระยะเวลายกเว้นวีซ่าเหลือ 30 วัน
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือการลดระยะเวลาการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว จากเดิมที่เคยให้สิทธิ์พำนักได้นานถึง 60 วัน ปรับลดลงมาเหลือเพียง 30 วัน โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026
ต่อมาในวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการปฏิรูประบบวีซ่าอย่างครอบคลุมและเป็นทางการ การปฏิรูปนี้ยึดตามหลักการที่เรียกว่า หนึ่งประเทศหนึ่งสิทธิ์ ซึ่งเป็นการยกเลิกระบบยกเว้นวีซ่า 60 วันเดิมที่เคยเริ่มใช้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2024
โครงสร้างวีซ่ารูปแบบใหม่

ภายใต้ระบบใหม่นี้ นักท่องเที่ยวจาก 59 ประเทศและดินแดนจะยังคงได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าเป็นระยะเวลา 30 วัน กลุ่มประเทศเหล่านี้ครอบคลุมสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ รวมถึงประเทศสำคัญอย่างอินเดีย โครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหมวดหมู่ใหม่สำหรับการพำนักระยะสั้นเพียง 15 วัน ซึ่งจะบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศมอริเชียสและเซเชลส์ ในส่วนของการขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง หรือที่เรียกว่า Visa on Arrival ก็ได้ถูกปรับลดจำนวนประเทศที่มีสิทธิ์ลงอย่างมาก
สำหรับการขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึงนั้น ในปัจจุบันเหลือเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ยังคงได้รับสิทธิ์ ได้แก่ ประเทศอาเซอร์ไบจาน เบลารุส และเซอร์เบีย การปรับลดครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับนโยบายเดิมที่เคยเปิดกว้างให้กับหลายสิบประเทศ
ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวอินเดีย
ประเด็นที่น่าสนใจคือกรณีของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย ภายใต้ระบบใหม่ อินเดียยังคงได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมาจากรูปแบบการขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึงแบบเดิมที่เคยใช้อยู่
นางสาวพลอยฐลัย รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะจำกัดโอกาสทางการท่องเที่ยวแต่อย่างใด หากแต่มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงระบบให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เหตุผลเบื้องหลังการปฏิรูป
การปฏิรูปนโยบายวีซ่าในครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยที่ทางการให้ความสำคัญ หนึ่งในนั้นคือความกังวลเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าในทางที่ผิด เช่น การที่ชาวต่างชาติบางส่วนแอบเข้ามาประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
อีกหนึ่งประเด็นที่มีน้ำหนักอย่างมากคือเรื่องของความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ทางการเชื่อว่าการจัดระเบียบระบบวีซ่าใหม่จะช่วยลดช่องโหว่และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยว ได้แสดงความมั่นใจว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างจำกัดเท่านั้น ข้อมูลจากภาครัฐยังชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่พำนักในประเทศไทยโดยเฉลี่ยประมาณ 9 วันเท่านั้น
การบังคับใช้และก้าวต่อไป
ในด้านของการบังคับใช้ กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลอย่างเป็นทางการภายใน 15 วันหลังจากการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตพำนักอยู่แล้วในปัจจุบัน จะยังคงได้รับสิทธิ์ในการพำนักตามระยะเวลาเดิมที่ได้รับมา โดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
โดยสรุปแล้ว การปรับเปลี่ยนนโยบายวีซ่าครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย ไปสู่แนวทางการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับนักท่องเที่ยว การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการดูแลความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ





