ณัฐยา สุวรรณVIEW PROFILE →
ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท อัตราเดียวทุกช่องทาง คาดเริ่มต้นปี 2570
คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติเห็นชอบหลักการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ให้เก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตราเดียว 450 บาท สำหรับผู้เดินทางเข้าทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องผ่านการรับฟังความเห็นและการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าแผนจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดออกมาในวันที่ 17 สิงหาคม ท่ามกลางความสนใจอย่างกว้างขวางของภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ
สาระสำคัญของข้อเสนอฉบับใหม่คือการกำหนดอัตราเดียวที่ 450 บาท หรือราว 13.50 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางเข้าประเทศทางอากาศ ทางบก หรือทางน้ำ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางเดิมที่เคยแบ่งอัตราตามช่องทางการเดินทางเข้าประเทศอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ แผนเดิมกำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้าทางอากาศจ่าย 300 บาท หรือประมาณ 9 ดอลลาร์ ขณะที่ผู้เดินทางเข้าทางบกและทางน้ำจ่ายเพียง 150 บาท หรือราว 4.50 ดอลลาร์ การปรับมาใช้อัตราเดียวจึงทำให้ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่เข้าทางอากาศสูงขึ้นกว่าเดิมพอสมควร
ยังเป็นเพียงข้อเสนอ
สิ่งที่นักเดินทางต้องเข้าใจให้ชัดเจนคือ มาตรการนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ ประกาศของทางการไทยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเพียงข้อเสนอ ไม่ใช่สิ่งที่เริ่มเก็บไปแล้ว ดังนั้นผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางมาประเทศไทยในช่วงนี้จึงยังไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 450 บาทแต่อย่างใด
ตามขั้นตอน ข้อเสนอนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเป็นเวลา 30 วัน จากนั้นจึงจะกลับไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ ซึ่งหมายความว่ายังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอนกว่าจะเริ่มบังคับใช้จริง
เก็บอย่างไรและเมื่อไร
สำหรับกรอบเวลา หากผ่านการอนุมัติทั้งหมด การจัดเก็บจะเริ่มขึ้นหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 180 วัน โดยจะเริ่มจากผู้ที่เดินทางเข้าทางอากาศก่อนเป็นลำดับแรก คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงต้นปี 2570 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าทางบกและทางน้ำจะตามมาในอีกราว 360 วันถัดไป
การทยอยเริ่มเก็บทีละช่องทางเช่นนี้มีเหตุผลรองรับ เจ้าหน้าที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดที่ด่านพรมแดนทางบกซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีผู้เดินทางข้ามไปมาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน การเริ่มเก็บทางอากาศก่อนจึงช่วยลดปัญหาลงได้
ในด้านวิธีการชำระเงิน มีการพิจารณาไว้หลายช่องทาง ทั้งการผูกรวมไปกับตั๋วเครื่องบิน เว็บไซต์ทางการ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และตู้บริการอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงการนำบัตรเดินทางดิจิทัลหรือ TDAC เข้ามาช่วยจัดเก็บ แต่ตัวบัตร TDAC เองยังคงไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
เงินจะนำไปใช้ทำอะไร
รายได้จากค่าธรรมเนียมนี้จะถูกนำเข้าสู่กองทุนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือการจัดทำระบบประกันภัยให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในช่วงหลัง
นอกเหนือจากเรื่องประกันภัย เงินส่วนนี้ยังมีแผนนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้มาเยือน รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรและการวิจัยด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้อุตสาหกรรมสำคัญนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรรู้

การท่องเที่ยวถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยในปีนี้ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปแล้วมากกว่า 35 ล้านคน ค่าธรรมเนียมในอัตราไม่กี่ร้อยบาทต่อคนจึงอาจสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่กองทุน หากบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามาจริง
สำหรับนักเดินทาง สิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรายละเอียด อัตรา และวันเริ่มบังคับใช้ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนที่มาตรการนี้จะกลายเป็นข้อบังคับจริงในอนาคต





