ณัฐยา สุวรรณVIEW PROFILE →
การท่องเที่ยวไทยปี 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 18.5 ล้านคน สร้างรายได้ 896 พันล้านบาท
ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 18.5 ล้านคนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 สร้างรายได้ 896 พันล้านบาท แม้ตัวเลขจะปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจ แม้ว่าในปี 2026 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี
ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้
จากข้อมูลล่าสุด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 1 สิงหาคม ปี 2026 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทั้งสิ้น 18,510,243 คน ตัวเลขนี้สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากถึง 896,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินมหาศาลที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ
แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะสูง แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า พบว่ามีการปรับตัวลดลงร้อยละ 3.19 โดยในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเฉลี่ยวันละประมาณ 81,045 คน สะท้อนถึงการชะลอตัวในบางตลาด
ตลาดนักท่องเที่ยวหลัก

เมื่อพิจารณาถึงประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยว จีนยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงถึง 3,078,486 คน ตามมาด้วยมาเลเซียในอันดับที่สอง ด้วยจำนวน 2,373,537 คน ซึ่งทั้งสองประเทศถือเป็นตลาดระยะใกล้ที่สำคัญของไทย
สำหรับอันดับที่สามคืออินเดีย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 1,376,433 คน ขณะที่รัสเซียตามมาเป็นอันดับที่สี่ ด้วยจำนวน 1,100,847 คน และปิดท้ายห้าอันดับแรกด้วยเกาหลีใต้ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 679,064 คน ซึ่งแต่ละตลาดล้วนมีความสำคัญต่อภาพรวม
ในช่วงสัปดาห์ล่าสุด จีนยังคงเป็นผู้นำด้วยยอด 106,854 คน แม้จะลดลงร้อยละ 2.32 จากสัปดาห์ก่อนหน้า ที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่สี่ ด้วยการเติบโตสูงถึงร้อยละ 19.85 คิดเป็นจำนวน 25,778 คน อันเป็นผลจากช่วงวันหยุดฤดูร้อน
ปัจจัยท้าทายที่ต้องเผชิญ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายประการ หนึ่งในนั้นคือความกังวลด้านความปลอดภัยบริเวณชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในตลาดระยะใกล้ให้ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการลดลงของเที่ยวบิน โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างอินเดียกับไทยที่มีจำนวนที่นั่งลดลงถึงร้อยละ 28.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ เส้นทางระหว่างอินเดียกับมาเลเซียก็ปรับตัวลดลงร้อยละ 20.7 ซึ่งกระทบต่อการเดินทางภายในภูมิภาค
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยว ได้ให้ความเห็นว่า การหดตัวของตลาดโดยรวมนั้นเป็นผลมาจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวในตลาดระยะใกล้เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาแนวทางแก้ไข
สัญญาณบวกและเส้นทางบินใหม่
แม้จะมีปัจจัยลบ แต่ตลาดระยะไกลกลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น มีการเปิดเส้นทางบินใหม่ที่น่าสนใจหลายเส้นทาง อาทิ เส้นทางระหว่างดูไบกับกรุงเทพมหานคร และเส้นทางระหว่างอัมสเตอร์ดัมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทาง
นอกจากนี้ ช่วงวันหยุดฤดูร้อนของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางแบบครอบครัวให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดเกาหลีใต้เติบโตอย่างโดดเด่น และช่วยชดเชยการชะลอตัวของตลาดอื่น ๆ ได้ในระดับหนึ่ง
ยุทธศาสตร์เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ในด้านนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดที่เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่พำนักในประเทศเป็นระยะเวลานานขึ้น ราวประมาณ 14 ถึง 21 วัน และมีการใช้จ่ายต่อทริปที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยตั้งเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 65,000 ถึง 80,000 บาทต่อทริป ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวแต่ละราย พร้อมทั้งช่วยลดแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่แออัด
โดยสรุปแล้ว ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยในปี 2026 ยังคงมีความน่าสนใจและเต็มไปด้วยศักยภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายบางประการ แต่ด้วยยุทธศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนและการเปิดเส้นทางบินใหม่ ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางทั่วโลกให้ความสนใจ





